หน้าหลัก   >  พร้อมรับมือภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ  >  ข้อมูลสนันสนุน
  มีลูกเมื่อพร้อม
  ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย
  ลูกเริ่มเรียนรู้ เลี้ยงดูให้ดี
  เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  อาหารตามวัย
  วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน
  เมื่อลูกท้องเสีย
  อย่าประมาทหวัด ไอ
  อย่าให้ยุงกัด
  ป้องกันเอชไอวีเอดส์
  สุขปฏิบัติเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
  คุ้มครองเด็ก
  ป้องกันการบาดเจ็บ
  พร้อมรับมือภัยพิบัติ
  เข้าใจใส่ใจวัยรุ่น
    

พร้อมรับมือภาวะฉุกเฉินและภัยพิบัติ

 

 
ข้อมูลสนับสนุนสำหรับสาระสำคัญลำดับที่  : 

ภัยพิบัตินานาชนิด ทำให้เด็กเกิดความตื่นตกใจ หวาดกลัว และโกรธแค้น เมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติ เด็กควรได้รับความสนใจเป็นพิเศษ ควรให้ความรัก ความเอาใจใส่มากขึ้น และเปิดโอกาสให้เด็กได้แสดง และระบายความรู้สึกอย่างเหมาะสมตามวัย

 
เมื่อคนในครอบครัว  บ้านที่อยู่อาศัย หรือสิ่งของที่เด็กรักคุ้นเคยต้องสูญหายหรือถูกทำลาย  เด็กจะมีความรู้สึกหวาดกลัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพ่อแม่ไม่ได้ให้ความสนใจในความรู้สึกที่เกิดขึ้น
© CSIP/ Ngamta

ในภาวะฉุกเฉิน พ่อแม่อาจจะพบความลำบากในการทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย เด็กจะมีความเครียดสูงได้ และเป็นเรื่องปกติที่เด็กเหล่านี้จะแสดงปฏิกิริยาจากความเครียด   หรือมีปัญหาทางพฤติกรรมจากประสบการณ์ที่ไม่ดีที่เขาได้รับ  เช่น การต่อสู้  ความเจ็บปวด  หรือความรุนแรง   เด็กบางคนจะมีความรู้สึกถดถอย บางคนก้าวร้าว บางคนอาจดูเหมือนว่าสามารถปรับตัวและควบคุมความรู้สึกได้ แต่ยังซ่อนความรู้สึกต่างๆเอาไว้

หลักการดูแลเด็กหลังจากเกิดภัยพิบัติ มีดังนี้

๘.๑ ให้เด็กได้ดำเนินกิจวัตรประจำวันเดิมให้ได้มากที่สุด เช่น ไปโรงเรียน กินอาหาร หรือการหลับนอน
   
๘.๒ ให้เด็กได้ร่วมกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ที่ไม่รุนแรง เช่น กิจกรรมกลุ่ม การเล่นกีฬา การวาดรูป หรือการเล่นตุ๊กตาจำลอง  จะมีส่วนช่วยให้เด็กได้ระบายความคิด ความรู้สึกที่ซ่อนเร้นภายในออกมา
   
๘.๓ เด็กต้องได้รับการช่วยให้สามารถพูดระบายประสบการณ์ความรุนแรงที่ซ่อนเร้นภายในจิตใจออกมาให้ได้ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่บังคับ
   
๘.๔ เด็กอายุ ๓-๖ ปี จะมีความรู้สึกว่าตนเองมีส่วนรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เด็กรู้สึกละอายใจ เด็กเหล่านี้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
   
๘.๕ เด็กต้องได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ ผู้ดูแลต้องไม่ใช้อารมณ์รุนแรงกับเด็ก ต้องไม่ใช้วิธีการดุด่ารุนแรง หรือทำโทษ หากคนที่เด็กเริ่มให้ความคุ้นเคยมีอันจะต้องแยกจากเด็ก จะต้องบอกเด็กล่วงหน้า และบอกให้เด็กรู้ว่าผู้ใดจะดูแลแทน และนานเพียงไรจึงจะกลับมา
   
๘.๖ วัยรุ่นสามารถทำความเข้าใจภาวะภัยพิบัติ ภาวะสงคราม ความขัดแย้งทางสังคมเป็นอย่างดี อาจมีความรู้สึกที่ตนเองต้องรับผิดชอบ และมีความละอายที่ตนเองไม่สามารถป้องกันได้ ก่อให้เกิดความรู้สึกซึมเศร้า ถดถอย หรือบางคนจะก้าวร้าว ใช้สารเสพติด จึงควรเอาใจใส่ สอบถามความรู้สึก และทำให้รู้สึกว่าเขามีที่ปรึกษา
   
๘.๗ เด็กที่มีความเครียดวิตกกังวลสูง หรือเป็นอยู่นาน ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษจากผู้ให้คำปรึกษา