หน้าหลัก   >  อาหารตามวัย เพื่อลูกเติบโต  >  อยากรู้เพิ่ม
  มีลูกเมื่อพร้อม
  ลูกเกิดรอด แม่ปลอดภัย
  ลูกเริ่มเรียนรู้ เลี้ยงดูให้ดี
  เลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  อาหารตามวัย
  วัคซีนสร้างภูมิคุ้มกัน
  เมื่อลูกท้องเสีย
  อย่าประมาทหวัด ไอ
  อย่าให้ยุงกัด
  ป้องกันเอชไอวีเอดส์
  สุขปฏิบัติเพื่อชีวิตที่ดีกว่า
  คุ้มครองเด็ก
  ป้องกันการบาดเจ็บ
  พร้อมรับมือภัยพิบัติ
  เข้าใจใส่ใจวัยรุ่น
    

อาหารตามวัย เพื่อลูกเติบโต

   
 

 

แหล่งความรู้

  เรื่องบ๊าย บายขวดนม ช้าไปโรคภัยตามมา

เด็กๆ ที่ใช้ขวดนม ควรเลิกใช้ขวดนม เมื่ออายุ ๑ ปี  ควรเลิกดูดนมมื้อดึก เมื่ออายุ ๖ เดือน และไม่นอนหลับคาขวดนม ถ้าปล่อยตามใจ  เด็กอาจติดขวดนม และนำปัญหาสุขภาพ เช่น ฟันผุ   ไม่ยอมกินข้าว กินแต่นมจนอ้วน  เสียโอกาสด้านพัฒนาการ  เป็นต้น  
   
ข้อมูลการศึกษาสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (  ได้ทำการศึกษา ในเด็กอายุ ๑ เดือน-๔ ปี  คลินิกสุขภาพเด็กดี ระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๔๙  จำนวนศึกษา ๑,๐๓๘ ราย)     พบว่า เด็กยังมีการใช้ขวดนมกันมาก เช่น ช่วงอายุ ๒-๓ ปี ยังมีการดูดนมจากขวด ร้อยละ ๗๐ และยังคงดูดนมมื้อดึก ร้อยละ  ๕๐    เด็กอายุ  ๓-๔ ปี  เกือบครึ่งยังมีการดูดนมจากขวด และดูดนมมื้อดึก  นอกจากนั้นยังพบว่าเด็กในการศึกษา ประมาณ เกือบครึ่ง เวลานอน นอนหลับคาขวด และเมื่อทำความสะอาดฟันแล้วก็ยังคงกลับไปดูดนมต่อ  และมีการใส่น้ำหวาน  น้ำผึ้ง  น้ำผลไม้ ใส่ขวดให้ดูด   พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้เด็ก เกิดฟันผุได้ง่าย  ปัจจุบัน เด็กไทย อายุ ๓ ปี มีปัญหาฟันผุ กว่าร้อยละ ๗๐ ซึ่งปัญหาจากการใช้ขวดนมอย่างไม่เหมาะสม เป็นปัจจัยสำคัญสิ่งหนึ่ง
   
การติดขวดนม มีผลต่อการ ไม่ยอมกินข้าว บางรายก็ทำให้ได้อาหารไม่พอ ขาดวิตามินเกลือแร่ เป็นเด็กผอม บางรายก็ดูดแต่นมมาก จนเป็นเด็กอ้วน  ในแง่พัฒนาการการติดขวดนม ทำให้เด็กเสียโอกาส การพัฒนาทักษะในการพูด การเคี้ยวและการใช้มือในการทำกิจกรรมอื่นๆ  นับว่าเรื่องนี้เป็น ต้นตอก่อปัญหาสุขภาพกับเด็กอย่างไม่รู้ตัว
   
กลยุทธ สอนลูก บอกลาขวดนมในวัยที่เหมาะสม   เริ่มจากการเตรียมตัว จัดการการกิน การนอนตั้งแต่เล็ก เช่น ฝึกให้ลูกปรับ “กินกลางวัน นอนกลางคืน”   ค่อยๆเลิกนมมื้อดึก เมื่ออายุประมาณ ๖ เดือน   ถ้าติดขวดนมไปแล้ว  ก็ต้องตั้งใจกัน เริ่มลด – เลิก  เลิกนมมื้อกลางวันก่อนจะง่ายกว่า ฝึกดื่มนม ดื่มน้ำจากแก้ว วันไหนที่ต้องออกไปนอกบ้านก็ ไม่ต้องเอาขวดไปด้วย ชวนให้ลูกดื่มจากแก้วหรือดูดจากล่องแทน สิ่งที่ไม่ควรลืมเลย คือ การให้กำลังใจและคำชมเชยเมื่อลูกทำได้ คำแนะนำเพิ่มเติม   www.childrenhospital.go.th
   
คำแนะนำ  “เด็กๆควรเลิกดูดนมจากขวดตั้งแต่อายุ ๑ ปี  ถ้าทำไม่ได้ไม่ควรเกินอายุ  ๑๑/๒ ปี ไม่ใช่เลิกกินนม แต่เปลี่ยนมาดื่มจากแก้วจากกล่อง”



การแปลผลการชั่งน้ำหนัก-วัดส่วนสูง

การใช้กราฟแสดงน้ำหนักตามเกณฑ์อายุ
เป็นการนำน้ำหนักมาเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานของเด็กที่มีอายุเดียวกัน ใช้ดูการเจริญเติบโตโดยรวม แต่ไม่ได้บอกชัดเจนว่า เด็กมีลักษณะของการเจริญเติบโตเป็นแบบใด

การจุดน้ำหนัก  มีวิธีการลงน้ำหนักในกราฟดังนี้
  • เมื่อรู้น้ำหนักเด็ก นำไปจุดลงในกราฟ
  • ตัวเลขที่อยู่แนวนอนด้านล่าง หมายถึง อายุ แต่ละเส้นที่เป็นแนวตั้งแทนอายุ ๑ เดือน
  • ตัวเลขที่อยู่แนวตั้งด้านซ้ายมือ หมายถึง น้ำหนัก แต่ละเส้นที่เป็นเส้นประตามแนวนอน แทนน้ำหนัก ๐.๕ กิโลกรัม
  • ดูที่อายุเด็ก ไล่ขึ้นไปตามเส้นตรงในแนวตั้ง ไปตัดกับเส้นน้ำหนัก ซึ่งดูจากเส้นตรงในแนวนอนทางซ้ายมือ ให้ทำเครื่องหมายกากบาทที่จุดตัดไว้
การอ่านระดับภาวะโภชนาการ
ภาวะโภชนาการของเด็ก ให้ดูเครื่องหมายกากบาทว่า อยู่ในแถบสีใด โดยอ่านข้อความที่อยู่บนแถบสีนั้น ซึ่งแบ่งกลุ่มภาวะโภชนาการเป็น ๕ ระดับ คือ

น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ หมายถึง น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์การเจริญเติบโตดี  เป็นน้ำหนักที่เหมาะสม ควรส่งเสริมให้เด็กมีน้ำหนักอยู่ในระดับนี้
   
น้ำหนักค่อนข้างน้อย หมายถึง น้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงต่อการขาดอาหาร แม้ว่าเป็นน้ำหนักที่อยู่ในภาวะโภชนาการปกติ แต่เป็นการเตือนให้ระวัง หากไม่ดูแล น้ำหนักจะน้อยกว่าเกณฑ์อายุ
   
น้ำหนักค่อนข้างมาก หมายถึง น้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงต่อน้ำหนักมากเกินเกณฑ์ แม้ว่าเป็นน้ำหนักที่อยู่ในภาวะโภชนาการปกติ แต่อาจมีแนวโน้มต่อการมีภาวะโภชนาการเกินหรือไม่ก็ได้ เพราะเด็กอาจจะมีส่วนสูงที่ค่อนข้างสูงมากกว่าเด็กอายุเดียวกัน จึงควรตรวจสอบโดยใช้กราฟน้ำหนักเทียบกับส่วนสูง ถ้าพบว่ามีภาวะท้วม ต้องระวัง หากไม่ดูแลมีโอกาสที่จะเป็นเด็กอ้วนได้
   
น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ หมายถึง น้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์ขาดอาหาร เป็นน้ำหนักที่แสดงว่าได้รับอาหารไม่เพียงพอ
   
น้ำหนักมากเกินเกณฑ์  เป็นน้ำหนักที่ยังบอกไม่ได้ว่าเด็กอ้วนหรือไม่ เด็กอาจมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ดี เนื่องจากเป็นเด็กที่มีส่วนสูงที่สูงมาก จึงทำให้มีน้ำหนักมากกว่าเด็กทั่วไปที่อายุเดียวกัน  จึงต้องมีการตรวจสอบภาวะโภชนาการเกินโดยใช้กราฟน้ำหนักเทียบกับส่วนสูง เมื่อตรวจสอบแล้วพบว่า
  ๕.๑ เด็กมีรูปร่างสมส่วน ถือว่า เด็กมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์ดี
๕.๒ เด็กมีรูปร่างท้วม แสดงว่า เสี่ยงต่อภาวะอ้วน
๕.๓ เด็กมีรูปร่างเริ่มอ้วนหรืออ้วน แสดงว่า เด็กมีน้ำหนักมากไปแล้ว ต้องควบคุมน้ำหนักไม่ให้เพิ่มขึ้นมาก

การจุดส่วนสูง  มีวิธีการลงส่วนสูงในกราฟดังนี้
  • เมื่อรู้ส่วนสูงของเด็ก นำไปจุดลงในกราฟ
  • ตัวเลขที่อยู่แนวนอนด้านล่าง หมายถึง อายุ แต่ละเส้นตามแนวตั้งแทนอายุ ๑ เดือน
  • ตัวเลขที่อยู่แนวตั้งด้านซ้ายมือ หมายถึง ส่วนสูง แต่ละเส้นตามแนวนอนแทนส่วนสูง ๑ เซนติเมตร
  • ดูที่อายุเด็ก ไล่ขึ้นไปตามเส้นตรงในแนวตั้ง ไปตัดกับเส้นส่วนสูงเด็ก ซึ่งดูจากเส้นตรงในแนวนอนทางซ้ายมือ ให้ทำเครื่องหมายกากบาทที่จุดตัดไว้
การอ่านระดับภาวะโภชนาการ
ภาวะโภชนาการของเด็ก ให้ดูเครื่องหมายกากบาทว่าอยู่ในแถบสีใด โดยอ่านข้อความที่อยู่บนแถบสีนั้น แบ่งกลุ่มภาวะโภชนาการเป็น ๕ ระดับ คือ

ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ หมายถึง ส่วนสูงที่อยู่ในเกณฑ์การเจริญเติบโตดี เป็นส่วนสูงที่จะต้องส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตอยู่ในระดับนี้
   
ค่อนข้างสูง หมายถึง ส่วนสูงที่อยู่ในเกณฑ์การเจริญเติบโตดีมาก เป็นส่วนสูงที่จะต้องส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตอยู่ในระดับนี้เช่นกัน
   
สูงกว่าเกณฑ์อายุ  หมายถึง ส่วนสูงที่อยู่ในเกณฑ์การเจริญเติบโตดีมากๆ เด็กมีการเจริญเติบโตมากกว่าเด็กทั่วไปในอายุเดียวกัน เป็นส่วนสูงที่จะต้องส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตอยู่ในระดับนี้เช่นกัน
   
ค่อนข้างเตี้ย  หมายถึง ส่วนสูงที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงต่อการขาดอาหาร แม้ว่าอยู่ในระดับโภชนาการปกติ แต่เป็นการเตือนให้ระวัง หากไม่ดูแล ส่วนสูงจะไม่เพิ่มขึ้น จะเป็นเด็กเตี้ยได้

   
เตี้ย หมายถึง ส่วนสูงที่อยู่ในเกณฑ์ขาดอาหาร เป็นส่วนสูงน้อยกว่ามาตรฐาน การเจริญเติบโตไม่ดี แสดงถึงการได้รับอาหารไม่เพียงพอเป็นเวลานาน ขาดอาหารเรื้อรัง

การใช้กราฟแสดงน้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง

เป็นการดูลักษณะของการเจริญเติบโตว่า เด็กมีน้ำหนักเหมาะสมกับส่วนสูงหรือไม่ เพื่อบอกว่าเด็กมีรูปร่างสมส่วน อ้วน หรือผอม การจุดส่วนสูง

มีวิธีการลงน้ำหนักในกราฟดังนี้
  • เมื่อรู้น้ำหนักเด็ก นำไปจุดลงในกราฟ
  • ตัวเลขที่อยู่แนวนอนด้านล่าง หมายถึง ส่วนสูง แต่ละเส้นตามแนวนอนแทนส่วนสูง 1 เซนติเมตร
  • ตัวเลขที่อยู่แนวตั้งด้านซ้ายมือ หมายถึง น้ำหนัก แต่ละเส้นที่เป็นเส้นประตามแนวนอนแทนน้ำหนัก 1 กิโลกรัม
  • ดูที่ส่วนสูงเด็ก ไล่ขึ้นไปตามเส้นตรงในแนวตั้ง ไปตัดกับเส้นน้ำหนักเด็ก ซึ่งดูจากเส้นตรงในแนวนอนทางซ้ายมือ ให้ทำเครื่องหมายกากบาทที่จุดตัดไว้

การอ่านระดับภาวะโภชนาการ
ภาวะโภชนาการของเด็ก ให้ดูเครื่องหมายกากบาทว่าอยู่ในแถบสีใด โดยอ่านข้อความที่อยู่บนแถบสีนั้น  แบ่งกลุ่มภาวะโภชนาการเป็น ๖ ระดับ คือ

สมส่วน หมายถึง น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์การเจริญเติบโตดี แสดงว่า เด็กมีน้ำหนักที่เหมาะสมกับส่วนสูง ซึ่งจะต้องส่งเสริมให้เด็กมีการเจริญเติบโตอยู่ในระดับนี้ แต่อาจพบการแปลผลผิดในกรณีที่เด็กเตี้ย ซึ่งมักพบว่า เด็กมีรูปร่างสมส่วน เช่นกัน ในกรณีเช่นนี้ ถือว่าเด็กมีภาวะขาดอาหาร (เตี้ย) แม้ว่าเด็กจะมีรูปร่างสมส่วนก็ตาม
   
ท้วม หมายถึง น้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์ที่เสี่ยงต่อการมีภาวะโภชนาการเกิน แม้ว่าอยู่ในเกณฑ์ภาวะโภชนาการปกติ แต่เป็นการเตือนให้ระวัง หากไม่ดูแล น้ำหนักจะเพิ่มขึ้นอยู่ในเริ่มอ้วน
   
ค่อนข้างผอม หมายถึง น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์เสี่ยงต่อการขาดอาหาร แม้ว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มีภาวะโภชนาการปกติแต่เป็นการเตือนให้ระวังหากไม่ดูแลน้ำหนักจะไม่เพิ่มขึ้นหรือลดลงอยู่ใน
ระดับผอมได้
   
เริ่มอ้วน หมายถึง น้ำหนักอยู่ในภาวะอ้วนระดับ ๑  มีน้ำหนักมากกว่าเด็กที่มีส่วนสูงเท่ากัน เด็กมีโอกาสที่จะเป็นผู้ใหญ่อ้วนในอนาคต หากไม่ควบคุมน้ำหนัก เป็นผลให้เด็กมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ตั้งแต่วัยเด็ก เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น
   
อ้วน หมายถึง น้ำหนักอยู่ในภาวะอ้วนระดับ ๒  มีน้ำหนักมากกว่าเด็กที่มีส่วนสูงเท่ากันอย่างมาก  เด็กมีโอกาสที่จะเป็นผู้ใหญ่อ้วนมากยิ่งขึ้นในอนาคต หากไม่ควบคุมน้ำหนัก เป็นผลให้เด็กมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้ตั้งแต่วัยเด็ก และมีความรุนแรงของโรคมากกว่าวัยผู้ใหญ่ เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ ข้อเข่าเสื่อม เป็นต้น
   
ผอม หมายถึง น้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์ขาดอาหาร เด็กมีน้ำหนักน้อยกว่าเด็กที่มีส่วนสูงเท่ากัน
แสดงว่า ได้รับอาหารไม่เพียงพอ

การวัดเส้นรอบวงศีรษะ (Head circumference)

ขนาดของเส้นรอบวงศีรษะ เป็นผลรวมของขนาดสมอง ความหนาของเยื่อหนังศีรษะและกะโหลกศีรษะ บ่งบอกถึงการเจริญเติบโตของสมอง นิยมใช้วัดในช่วง 2 ปีแรก เนื่องจากช่วงวัยนี้สมองมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับอาหารที่ได้รับ หลังจากนั้นกะโหลกศีรษะปิดแล้ว เส้นรอบวงศีรษะจะสะท้อนถึงอายุของเด็กมากกว่าสุขภาพและภาวะโภชนาการ

เทคนิคการวัด
สายวัด ควรมีความอ่อน พับได้ แต่ไม่ยืดหรือขาดง่าย
   
ในเด็กเล็ก ให้นั่งตักแม่ สำหรับเด็กโตให้ยืนหันหน้าเข้าหาผู้วัด ศีรษะตั้งตรง
   
เด็กที่ถักเปียหรือมีที่คาดผมให้เอาออก
   














© NICFD/2011/Nuntana
ตำแหน่งที่วัด ให้วัดส่วนที่กว้างที่สุด โดยผู้วัดใช้มือข้างซ้ายจับปลายสายเทปวางตรงกลางหน้าผากเหนือโหนกคิ้วและใช้นิ้วโป้งของมือซ้ายกดปลายเทปกับหน้าผาก ห่างจากปลายเทป ๑-๒ เซนติเมตร ให้สายเทปพาดเหนือหูข้างซ้าย ใช้นิ้วกลางของมือซ้ายรีดเทปให้แนบกับศีรษะ ในขณะที่มือขวาจับสายเทปดึงให้แน่นแนบเส้นผมผ่านด้านหลังส่วนที่นูนที่สุดของท้ายทอย (Occipital prominence) ผ่านเหนือใบหูข้างขวาในระดับเดียวกับใบหูข้างซ้าย วนเทปมาบรรจบกับปลายเทปบริเวณหน้าผาก อ่านค่าความยาว เป็นทศนิยม ๑ ตำแหน่ง

วัดเส้นรอบวงศีรษะ จำนวน ๓ ครั้ง แล้วหาค่าเฉลี่ย

เกณฑ์ตัดสินภาวะโภชนาการ

ค่าเส้นรอบวงศีรษะที่น้อยกว่าเปอร์เซนไทล์ที่ ๑๐ ของค่ามาตรฐานของกรมอนามัย ถือว่า ขาดอาหาร


เครือข่าย

 

แหล่งอ้างอิง

 
  • โครงการ “การจัดทำข้อปฏิบัติการให้อาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของทารกและเด็กวัยก่อนเรียน”.   อุมาพร สุทัศน์วรวุฒิ, สุภาพรรณ ตันตราชีวธร, สมโชค คุณสนอง (บรรณาธิการ). คู่มืออาหารตามวัยสำหรับทารกและเด็กเล็ก. กรุงเทพฯ: บียอนด์ เอ็นเทอร์ไพรซ์, ๒๕๕๓.

  • World Health Organization. Global strategy for infant and young child feeding. Geneva: World Health Organization; 2003. Availble at: http://www.who.int/nutrition/publications/infantfeeding/infant_feeding/en/index.html.

  • World Health Organization. Complementary feeding : family foods for breastfed children. Geneva: World Health Organization; 2000.

  • Agostoni C, Decsi T, Fewtrell M, Goulet O, Kolacek S, Koletzko B, et al. Complementary feeding: a commentary by the ESPGHAN Committee on Nutrition. J Pediatr Gastroenterol Nutr 2008;46:99-110.

  • Department of Nutrition for Health and Development, Department of Child and Adolescent Health and Development, World Health Organization. The optimal duration of exclusive breastfeeding: Report of an Expert consultation. Geneva: World Health Organization; March 28-30, 2001. Available at: http://www.who.int/nutrition/publications/optimal_duration_of_exc_bfeeding_report_eng.pdf

  • World Health Organization. The WHO Child Growth Standards. Available at: http://www.who.int/childgrowth/standards/en.

  • Pan American Health Organization, World Health Organization. Guiding principles for complementary feeding of the breastfed child. Geneva: World Health Organization; 2003. Available at: http://www.who.int/child_adolescent_health/documents/a85622/en/index.html.

  • Nutrition health topics. Available at: http://www.who.int/nutrition/topics/en/

  • สำนักโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข Available at: http://nutrition.anamai.moph.go.th/